เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน ให้เข้ากับหุ่น ใส่แบบไหนถึงปัง!!

เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน ให้เข้ากับหุ่น ใส่แบบไหนถึงปัง!!

Update: Mar 24, 2021

เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน จำเป็นต้องมีด้วยงั้นหรือ แค่เลือกชุดแต่งงานที่เราชอบมากที่สุดก็จบมั้ย ใช่ค่ะ เพราะสุดท้ายเราก็จะเลือกชุดแต่งงานที่เราชอบมากที่สุดอยู่ดี แต่บางครั้งชุดที่เราชอบ เรากลับใส่แล้วไม่สวยอย่างที่คิด แต่กลับกันบางชุดที่เราไม่ชอบ เรากลับใส่แล้วดูดี สวยอย่างกับเจ้าหญิง นั่นก็เป็นเพราะหุ่นผู้หญิงเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนหุ่นแบบนี้เหมาะกับชุดแบบนี้เท่านั้น บางคนหุ่นอีกอย่างก็เหมาะกับชุดอีกแบบค่ะ 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แอดมิน VenueE จะพาว่าที่เจ้าสาวไปดูเทคนิคเลือกชุดแต่งงานอย่างไร ให้เข้ากับหุ่น ใส่แบบไหนถึงปัง!!

เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน หุ่นแบบไหนใช่ตัวคุณ ?

1. หุ่นทรงสี่เหลี่ยม 

เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน ให้เข้ากับหุ่น ใส่แบบไหนถึงปัง!!

ประเดิมที่หุ่นแรกกับ “หุ่นทรงสี่เหลี่ยม” หรือ “หุ่นทรงกระบอก” ถ้าเรียกให้เพราะขึ้นหน่อย ก็ต้องเรียก “หุ่นผอมบาง” คือ มีสัดส่วนเท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็น อก เอวและสะโพก ดูไม่ค่อยมีส่วนเว้าส่วนโค้ง 

ทริคแนะนำ : เจ้าสาวหุ่นทรงสี่เหลี่ยมควรเลือกชุดแต่งงานที่มีความพอง ผ้ามันวาว รายละเอียดเยอะ จะช่วยให้ดูมีทรวดทรง หรือเลือกชุดที่มีคอเสื้อในลักษณะคอปาด มีแขนเสื้อ ก็จะช่วยให้มีทรวดทรงเช่นกันค่ะ

ชุดแต่งงานที่แนะนำ : Empire / A-line / Modified A-Line / Ball Gown / Sheath / Trumpet / Tea-Length

2. หุ่นทรงแอปเปิ้ล หรือ หุ่นสามเหลี่ยมคว่ำ

เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน ให้เข้ากับหุ่น ใส่แบบไหนถึงปัง!!

“หุ่นทรงแอปเปิ้ล” หรือ “ หุ่นสามเหลี่ยมคว่ำ” เจ้าสาวจะมีรูปร่างช่วงบนใหญ่กว่าช่วงล่าง สังเกตได้จากไล่ที่กว้าง อกใหญ่ เอวหนา ต้นขาใหญ่แต่มีเรียวขาเล็ก 

ทริคแนะนำ : ควรเลือกชุดที่มีกระโปรงที่บานและพองเพื่อปรับให้ดูสมส่วนกับลำตัวช่วงบน ควรเลือกชุดที่มีคอร์เสตเพื่อช่วยอำพรางให้ดูมีเอว ส่วนตัวเสื้อควรเลือกแบบคอวีหรือคอปาด

ชุดแต่งงานที่แนะนำ : Empire / A-line / Modified A-Line / Ball Gown / Tea-Length

3. หุ่นทรงลูกแพร์ หรือ สามเหลี่ยมหงาย

เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน ให้เข้ากับหุ่น ใส่แบบไหนถึงปัง!!

“หุ่นทรงลูกแพร์” หรือ “ หุ่มสามเหลี่ยมหงาย”​จะตรงข้ามกับหุ่นทรงแอปเปิ้ลค่ะ คือ รูปร่างท่อนบนจะเล็กกว่าช่วงล่าง หรือที่สังเกตกันได้ง่าย คือ ช่วงไหล่จะแคบแต่สะโพกผายและมีต้นขาใหญ่ 

ทริคแนะนำ : ควรเลือกชุดแต่งงานที่มีแขนเพราะจะทำให้ไหล่ดูกว้างและใหญ่ขึ้น ตัวชุดควรมีลวดลายอย่างลูกไม้เพื่อให้ดูมีหน้าอก ส่วนตัวกระโปรงให้เลือกกระโปรงที่มีการจับเดรปหรือพองเพื่อพรางสะโพก

ชุดแต่งงานที่แนะนำ : Empire / A-line /Modified A-Line /  Ball Gown / Mermaid / Tea-Length

4. หุ่นทรงนาฬิกาทราย

เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน ให้เข้ากับหุ่น ใส่แบบไหนถึงปัง!!

สาวๆ คนไหนที่มี “หุ่นทรงนาฬิกาทราย” เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่น่าอิจฉามากที่สุด อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก เรียกง่ายๆ ว่า Perfect Shape เลยค่ะ สาวๆ รูปร่างแบบนี้ จะใส่ชุดแต่งงานแบบไหนก็สวย ดูดี น่าอิจฉาสุดๆ ไปเลย

ทริคแนะนำ : ถึงแม้ว่าเจ้าสาวหุ่นนาฬิกาจะใส่ชุดแบบไหนก็ได้ แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงชุดที่มีการตกแต่ง ลงดีเทลเยอะๆ เพราะจะทำให้ดูตัวใหญ่และหนากว่าความเป็นจริง

ชุดแต่งงานที่แนะนำ : Empire / A-line / Modified A-Line / Ball Gown / Mermaid / Sheath / Trumpet / Tea-Length

5. หุ่นเจ้าสาวรูปร่างอวบ

เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน ให้เข้ากับหุ่น ใส่แบบไหนถึงปัง!!

สาวๆ “รูปร่างอวบ” ที่เรานิยามคือสาวๆ ที่มีไหล่หนา เอวตรง สะโพกกลม ขนาดจะใกล้เคียงกันทั้งตัว

ทริคแนะนำ : ควรเลือกชุดแต่งงานที่กระโปรงพริ้วไหว แต่กระโปรงอย่าพองมากเพราะจะทำให้ดูอึดอัด

ชุดแต่งงานที่แนะนำ : Empire / A-line / Modified A-Line / Tea-Length

6. หุ่นเจ้าสาวไซส์มินิ

มาถึงหุ่นเจ้าสาวแบบสุดท้ายกันแล้วนะคะ “หุ่นเจ้าสาวไซส์มินิ” แอดมินขอนิยามคำว่า “ไซส์มินิ” เป็นกลุ่มสาวๆ ที่ตัวเล็กสูงไม่เกิน 160 เซนติเมตร และผอมบาง 

ทริคแนะนำ : ควรเลือกควรชุดแต่งงานที่มีกระโปรงสั้นเหนือเข่า เพื่อให้ขาดูเรียวยาวขึ้น

ชุดแต่งงานแนะนำ :  Empire / A-line / Modified A-Line / Trumpet / Tea-Length

แบบชุดเจ้าสาว

หลังจากที่วิเคราะห์ตัวเองไปแล้วว่ามีหุ่นแบบไหนกันนะ และแต่ละหุ่นเหมาะกับชุดแต่งงานแบบไหน ถึงคราวมาทำความรู้จักกับชุดแต่งงานแบบต่างๆ กันบ้าง

1. ชุดเจ้าสาวทรงเอ็มไพร์ (Empire)

เริ่มที่ชุดเจ้าสาวทรงแรกที่ไม่ว่าเจ้าสาวจะมีหุ่นแบบไหนก็ใส่ได้อย่าง “ชุดเจ้าสาวทรง Empire” เป็นชุดที่ไม่เน้นช่วงเอวจนเกินไป เพราะชุดแต่งงานนี้มีขอบเอวสูงเกือบถึงหน้าอก ปล่อยชายกระโปรงยาวพริ้วไหว อาจจะให้ชายกระโปรงบานเล็กน้อยหรือเข้ารูปก็ได้เช่นกัน

2. ชุดเจ้าสาวทรงเอ-ไลน์ (A-line)

“ชุดเจ้าสาวทรง A-line” เป็นอีกชุดที่ไม่ว่าเจ้าสาวจะมีหุ่นแบบไหนก็ใส่ได้ จุดเด่นของชุดนี้ก็คือ ตัวเสื้อมีความพอดีตัวและขับเน้นช่วงเอวให้ดูโค้งเว้า ส่วนตัวกระโปรงจะค่อยๆ บานออก ตั้งแต่เอว สะโพก ไล่ลงไปเหมือนตัว A จึงเรียกว่าชุดเอ-ไลน์ ทำให้ช่วยพรางสะโพกและขาได้เป็นอย่างดี

3. ชุดเจ้าสาวทรงโมดิฟลายด์ เอ-ไลน์ (Modified A-Line)

ชุดเจ้าสาวที่มีความประยุกต์ดัดแปลงมาจากชุดเจ้าสาวทรงเอ-ไลน์ “ชุดเจ้าสาวทรง Modiflied A-line” มีการตัดเย็บที่ช่วงบนพอดีตัวมากกว่าเอ-ไลน์ โดยที่ยังคงมีกระโปรงตัวเอต่อด้านล่างเหมือนเดิม แต่ชุดทรงนี้ก็มีอีกแบบนะคะ เป็นการผสมผสานระหว่างชุดเอ-ไลน์และทรัมเป็ตค่ะ โดยที่ช่วงบนแนบชิดช่วงตัวลงมาจนถึงกลางสะโพก แล้วจึงค่อยปล่อยกระโปรงบานแบบเอ-ไลน์

4. ชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์ (Ball Gown) 

ชุดแต่งงานสุดคลาสสิค มีความเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ จะเป็นชุดแต่งงานแบบไหนไปไม่ได้เลย นอกจาก “ชุดเจ้าสาวทรง Ball Gown” ความพิเศษของชุดนี้คือ ท่อนบนจะรัดรูปถึงช่วงเอว อาจจะต่ำกว่าเอวจริงเล็กน้อย เพื่อให้ลำตัวดูยาวขึ้นเล็กน้อย ส่วนช่วงล่างเป็นกระโปรงสุ่มบานฟูฟ่องตามสไตล์เจ้าหญิง

5. ชุดเจ้าสาวทรงชีท (Sheath)

“ชุดเจ้าสาวทรงชีท” หรือ “ชุดเจ้าสาวทรงตรง” ชุดนี้ตรงตามชื่อเลยค่ะ คือมีลักษณะตรง ไม่มีขอบเอว และทิ้งตัวลงมาอย่างหลวมๆ ตั้งแต่ช่วงบน ทำให้ดูไม่รัดรูป แถมยังช่วยพรางต้นขาได้ดีอีกด้วย แต่เดี๋ยวก่อน ใช่ว่าชุดนี้จะช่วยพรางหุ่นได้ทุกหุ่นนะคะ ตรงกันข้ามเลยค่ะ โดยเฉพาะหุ่นทรงลูกแพร์ที่ห้ามใส่ชุดนี้เด็ดขาด เพราะแทนที่จะช่วยอำพรางหุ่นกลับทำให้เห็นส่วนเกินของร่างกายชัดเจนซะงั้น

6. ชุดเจ้าสาวทรงทรัมเป็ต (Trumpet)

พูดถึงทรัมเป็ตฟังดูคุ้นๆ นะคะ ใช่ค่ะ ทรัมเป็ตนี้คือเครื่องเป่าทรัมเป็ตค่ะ สาเหตุที่ตั้งชุดนี้ว่า “ชุดเจ้าสาวทรงทรัมเป็ต” เป็นเพราะช่วงบนที่ยังคงความพอดีตัว แล้วค่อยๆ แนบกับลำตัวตั้งแต่บริเวณเหนือเอวเล็กน้อยลงมาจนถึงสะโพก แล้วค่อยทิ้งชายกระโปรงแบบเอ-ไลน์ ทำให้ดูคล้ายกับเครื่องเป่าทรัมเป็ตนั่นเอง

7. ชุดเจ้าสาวทรงที-เลนจ์ (Tea-Length)

ถ้าเจ้าสาวคนไหนกำลังตามหาชุดเจ้าสาวที่ไม่เป็นทางการมากนัก แอดมินขอเสนอ “ชุดเจ้าสาวทรง Tea-Length” หรือ “ชุดเจ้าสาวทรงกระโปรงบาน” โดยชุดจะแนบลงมาถึงช่วงเอวแล้วปล่อยชายกระโปรงให้บานออกคล้ายเอ-ไลน์ แต่กระโปรงจะมีความบานกว่าและยาวคลุมเข่ามาจนถึงครึ่งแข้ง ให้ความรู้สึกชิลๆ สบายๆ

8. ชุดเจ้าสาวทรงเมอร์เมด (Mermaid)

เดินทางมาถึงชุดเจ้าสาวแบบสุดท้ายกันแล้วนะคะ “ชุดเจ้าสาวทรง Mermaid” ชุดนี้เหมาะกับเจ้าสาวหุ่นดี หุ่นนาฬิกาทรายโดยเฉพาะเลย เป็นชุดที่มีความพอดีตัว ยาวลงมาถึงช่วงเข่า ก่อนที่จะปล่อยบานเป็นกระโปรง ดูแล้วคล้ายๆ กับหางนางเงือก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชุดนี้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน โชว์สัดส่วนเรือนร่างโดยเฉพาะเอวกับสะโพกได้เป็นอย่างดี

แอดมินหวังว่า เทคนิคเลือกชุดแต่งงาน จะมีประโยชน์กับเจ้าสาวทุกคนนะคะ สำหรับคคอนเท้นท์ถัดไป จะเป็นเรื่องอะไร รอติดตามกันได้เลยที่ VenueE Blog หรือเพจเฟสบุ๊ค VenueE ก็ได้เช่นกันค่ะ

Tags