สะใภ้จีน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

สะใภ้จีน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

Update: Jan 26, 2021

“สะใภ้จีน” หลายๆคนคงจะเคยได้ยินกิตติมศักดิ์ของการแต่งเข้าไปอยู่ในครอบครัวคนจีน ว่ามีหน้าที่ และข้อห้ามหลายๆอย่าง แต่จริงๆแล้วไม่ว่าจะแต่งงานเข้าไปอยู่ในครอบครัวไหน เราต่างก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและขนบธรรมเนียมของบ้านนั้นๆ เพียงแต่ว่าครอบครัวคนจีนนั้นเต็มไปด้วยวัฒนธรรมต่างๆที่แตกต่างจากคนไทย รวมไปถึงมีวันสำคัญ และความเชื่ออีกมากมาย เมื่อต้องแต่งเข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่างแล้ว อยากให้สาวๆลองเปิดใจให้กว้าง และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมต่างๆดูค่ะ

วันนี้ VenueE จึงอยากมาให้คำแนะนำเพื่อนๆที่จะแต่งเข้าไปเป็นสะใภ้จีน ว่าควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. ศึกษาลำดับญาติผู้ใหญ่

เมื่อจะแต่งเข้าไปอยู่ในบ้านของเขาแล้ว ก็ควรจะทำความรู้จักกับบรรดาญาติๆของสามีให้ครบถ้วน ในครอบครัวคนจีน ส่วนใหญ่จะไม่เรียกชื่อแทนกัน แต่จะเรียกเป็นตำแหน่งในครอบครัว ซึ่งจะมีสรรพนามที่ใช้เรียกกันแทนลำดับตำแหน่งภายในครอบครัว เช่น อากง อาม่า แปะ อึ้ม โกว เตี๋ย เจ็ก ซิ่ม กู๋ อี้ กิ๋ม ยังไม่หมดแค่นี้ ยังมี เหล่าอี้ เหล่าโกว เหล่ากิ๋ม เหล่าเจ็ก เหล่าแปะ เหล่าม่า และอื่นๆอีกมากมาย สะใภ้คนจีนควรจะศึกษา และจดจำตำแหน่งในครอบครัวต่างๆให้ดี เพราะถึงแม้จะเป็นตำแหน่งเดียวกัน แต่ญาติฝ่ายพ่อ กับ ญาติฝ่ายแม่ก็จะเรียกต่างกันอยู่ดี เรียกให้ถูกทุกคนแล้วจะดูน่ารักน่าเอ็นดูไปเลย

สะใภ้จีน
สะใภ้จีน

2. อาหารการกินที่แตกต่าง

ครอบครัวคนจีนส่วนมากจะรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน อาหารมักไม่ใช่อาหารจานเดี่ยวเหมือนที่เราคุ้นชิน แต่จะเป็นข้าว และกับข้าว หลากหลายเมนู ที่จะแชร์กันภายในครอบครัว ตามเทศกาลต่างๆ ก็จะมีเมนูเฉพาะ สำหรับเทศกาลนั้นๆ เช่น เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง หรือ เทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งเวลาทานอาหารร่วมกัน ก็ควรจะรอให้ผู้ใหญ่ในบ้านเริ่มทานก่อน แล้วเราจึงจะทานได้ รวมไปถึงคนจีนบางบ้านยังชินกับการใช้ตะเกียบมากกว่า ช้อน ส้อม ดังนั้นเผื่อไม่ให้ดูแปลกแยก สาวๆก็ควรฝึกใช้ตะเกียบให้คล่องไว้นะ

สะใภ้จีน

3. รู้เรื่องขนบธรรมเนียมต่างๆ

เรื่องนี้สำคัญสุดๆไปเลย ขนบธรรมเนียมของครอบครัวคนจีนนั้นมีเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องเทศกาลไหว้เจ้า และวันสำคัญต่างๆ เช่น วันตรุษจีน วันเชงเม้ง วันไหว้ศาสารทจีน วันไหว้พระจันทร์ วันไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีวิธีการไหว้ และของไหว้ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ กับข้าวคาว ขนมไหว้ ผลไม้มงคล เครื่องดื่ม หรือแม้แต่กระดาษเงินกระดาษทองต่างๆที่ใช้ในการไหว้เจ้า ก็แตกต่างกันไปตามเทศกาล สะใภ้จีน ควรจะศึกษาไว้ และจำได้ทั้งหมด เพื่อที่ว่าเมื่อถึงช่วงเวลาไหว้เจ้า จะได้สามารถช่วยที่บ้านเขาเตรียมของไหว้ได้

สะใภ้จีน

4. สีมงคล

สาวๆหลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง ว่าคนจีนชอบสีแดง และสีแดงเป็นสีนำโชคของจีน ใช่ค่ะ สีแดงนั้นถือเป็นสีมงคลของคนจีน คนจีนจะนิยมใส่สีแดงในวันสำคัญ และวันแห่งโชคลาภต่างๆ เช่น วันตรุษจีน และวันเกิด ในส่วนของสีดำ คนจีนถือว่าเป็นสีแห่งความโศกเศร้า ทุกข์ใจ ไม่เป็นมงคล ดังนั้นจึงเป็นสีต้องห้ามในวันสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะในวันเกิดของคนในบ้าน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็อย่าใส่เลยจะดีกว่า

5. ขยันและอดทน

ผู้ใหญ่ทุกๆบ้าน ต่างก็ชอบเด็กที่ขยัน และอดทน เมื่อ สะใภ้จีน ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเขาแล้ว เราก็ต้องรู้จักที่จะแบ่งเบาภาระของสามี รวมไปถึงคนในบ้านสามีด้วย หากอยากให้ผู้ใหญ่เอ็นดู เราก็ควรแสดงความยินดีที่จะช่วยเหลือพวกเค้าอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น การทำอาหาร งานบ้านงานเรือน งานฝีมือ การดูแลบ้าน ดูแลคนในครอบครัว ไปจนถึง สิ่งเล็กน้อยๆ เช่น ยกของ ย้ายของ อะไรที่เราพอที่จะช่วยได้ ก็ควรที่จะเสนอตัวเข้าไปช่วย ด้วยความเต็มใจ ให้เขาเห็นว่าเรามีความขยัน และมีน้ำใจ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ปฏิบัติกับครอบครัวของเขาเสมือนเป็นครอบครัวของเรา เขาจะมองเห็นถึงความมุ่งมั่น รวมทั้งความหวังดีของเรา และปฏิบัติกลับเสมือนว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเขา เช่นเดียวกันค่ะ

6. มือไม้อ่อน รู้จักถ่อมตน

เข้าไปอยู่ในบ้านเค้า ช่วงแรกๆ สะใภ้จีน อาจจะยังจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร ต้องเรียกใครว่าอะไรบ้าง ไม่ต้องห่วงค่ะ อยู่ไปสักพักก็จะจำได้เอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเกิดว่าจำไม่ได้ก็ควรจะมือไม้อ่อน เมื่อเจอกันก็ยกมือไหว้ทักทายทุกๆคน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความเคารพกับคนในครอบครัว รวมไปถึงรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน อะไรยอมได้ก็ยอมๆไป จะได้ไม่ต้องามมีปัญหาให้ปวดหัวในภายหลัง

สะใภ้จีน

7. ศึกษาสิ่งต้องห้ามต่างๆ

นอกจากสีดำแล้ว ยังมีอีกหลายๆอย่างที่ห้ามทำในวันสำคัญ เช่น ในวันตรุษจีนนั้น ไม่ควรพูดหรือทำสิ่งใดๆที่ไม่เป็นมงคล เช่น การอุทานคำหยาบคาย ว่าร้ายผู้อื่น ทำข้าวของเสียหาย ทำจานชามแตก รวมไปถึงห้ามทำความสะอาดบ้าน และหลีกเลี่ยงการใช้ของมีคม เพราะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นจะย้อนกลับมาที่ตัวเราได้ตลอดทั้งปีนั้น

สามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ VenueE  หรือ ติดตามบทความอื่นๆ ผ่านทาง VenueE blog อย่าลืมติดตามเพจเฟสบุ๊ค VenueE และ ไอจี กันนะคะ

Tags