7 ลำดับ พิธีแต่งงานแบบจีน พิธียกน้ำชา พิธีหมั้น คู่บ่าวเชื้อสายจีนควรรู้

7 ลำดับ พิธีแต่งงานแบบจีน พิธียกน้ำชา พิธีหมั้น คู่บ่าวเชื้อสายจีนควรรู้

Update: Mar 8, 2021

ถ้าพูดถึง พิธีแต่งงานแบบจีน ว่าที่เขยสะใภ้จีน คงต้องเคยได้ยินพิธียกน้ำชาแน่ๆ และคงคิดว่าพิธีแบบจีนมีแค่พิธีนี้พิธีเดียว เพราะในปัจจุบันมีคนไทยเชื้อสายจีนอยู่ไม่น้อย ดังนั้นพิธีแต่งงานแบบจีนจึงยังเป็นที่นิยม แต่ด้วยความที่พิธีแต่งงานแบบจีนมีลำดับขั้นตอนเยอะ ในปัจจุบันจึงมีการตัดทอนลดเหลือแค่พิธียกน้ำชา ทำให้ใครๆ หลายคนคิดว่ามีแค่พิธีเดียว แต่ความจริงแล้ว พิธีแต่งงานแบบจีนมีหลายพิธีและมีสิ่งของที่ต้องเตรียมมากมาย วันนี้ VenueE จะพาคู่บ่าวสาวสะใภ้จีนไปดูลำดับพิธีแต่งงานแบบจีนฉบับเต็มรูปแบบกัน

ก่อนที่จะไปดูลำดับพิธีแต่งงานแบบจีน มาดูกันก่อนว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องเตรียมอะไรกันบ้าง

สิ่งที่เจ้าบ่าวต้องเตรียม

โดยครอบครัวเจ้าบ่าวมีหน้าที่ต้องเตรียมเครื่องขันหมากและสินสอดทองหมั้นให้ครบ ดังนี้

7 ลำดับ พิธีแต่งงานแบบจีน พิธียกน้ำชา พิธีหมั้น คู่บ่าวเชื้อสายจีนควรรู้
  1. ส้มเช้ง จำนวนลูกส้มแล้วแต่ฝ่ายเจ้าสาวเป็นคนกำหนด แต่ต้องเป็นจำนวนคู่เท่านั้น ผลส้มที่นำมาจะต้องมีตัวหนังสือซังฮี้สีแดงติดไว้ทุกผล โดยเชื่อกันว่าจะมีความโชคดีเข้ามาในชีวิต
  2. กล้วย 1 เครือ ต้องใช้กล้วยดิบสีเขียวเครือใหญ่ ในหนึ่งเครือต้องมีจำนวนหวีเป็นเลขคู่เพื่อความมงคล ก้านเครือพันด้วยกระดาษสีแดง ส่วนผลกล้วยให้ติดตัวหนังสือสีแดงซังฮี้ไว้เช่นกัน สำเหตุที่ต้องใช้กล้วยทั้งเครือ เพราะชาวจีนเชื่อว่า คู่บ่าวสาวจะมีลูกหลานมากมายสืบเชื้อสายสกุล ที่สำคัญหลังเสร็จสิ้นพิธีมงคลสมรสแล้ว เจ้าบ่าวจะต้องนำกล้วยเครือนี้กลับบ้านไปด้วย
  3. ต้นอ้อย 1 คู่ ด้วยความที่น้ำอ้อยมีรสชาติที่หวาน ดังนั้น ต้นอ้อย 1 คู่นี้ จึงแสดงถึงความรักของคู่บ่าวสาวที่หวานชื่น
  4. ชุดหมูสด จะต้องจัดเตรียมชุดหมู 3 ถาด

โดยชิ้นส่วนของหมูทุกชิ้นจะต้องติดตัวหนังสือซังฮี้สีแดง

  • ถาดแรก ประกอบไปด้วย หัวหมู 1 หัว เท้า 4 ข้าง และหาง 1 หาง
  • ถาดที่สอง ประกอบไปด้วย ขาหมูสด 4 ขา
  • ถาดที่สาม ประกอบไปด้วย เนื้อหมูส่วนท้องของแม่หมู ที่เรียกว่า “โต้วเตี๊ยบะ” เพื่ออวยพรให้ฝ่ายเจ้าสาวท้องลูกผู้ชาย
  1. ชุดขนมหมั้นและขนมแต่งงาน (ขนมจันอับ)

ทางเจ้าบ่าวจะต้องจัดชนิดและจำนวนชุดขนมหมั้นและขนมแต่งงานตามที่ทางฝ่ายเจ้าสาวกำหนดมา ซึ่งในพิธีแต่งงานจีนจะใช้ขนม 4 สี หรือที่เรียกว่า “ซี้เส็กหม่วยเจี๊ยะ” หรือบางบ้านจะใช้ขนม 5 สี ที่เรียกว่า “โหงวเส็กทึ้ง” ได้แก่

  • ขนมเปี๊ยะโรยงา เพื่อความสิริมงคล
  • ขนมถั่วตัด อวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตที่ดี เจริญงอกงาม
  • ขนมข้าวพองทุบ ขอให้มีแต่ความสุข ความเจริญ
  • ขนมเหนียวเคลือบงา ให้ความรักของคู่บ่าวสาวเหนียวแน่นตัดไม่ขาด
  • ขนมโก๋ หมายถึง ความร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา
  1. เงินสินสอดและทอง เงินสินสอดและทองนี้ขึ้นอยู่กับฝ่ายเจ้าสาวจะเรียกเท่าไหร่ โดยครอบครัวเจ้าสาวจะเป็นคนรับสินสอดไว้ ส่วนทองนั้นครอบครัวเจ้าสาวจะให้เจ้าสาวเก็บไว้และใส่ในพิธีแต่งงาน ทองที่ว่าไม่ใช่ก้อนทองคำแต่อย่างไร แต่หมายถึง ทอง 4 อย่าง ได้แก่ สร้อยทอง กำไลทอง เข็มขัดทอง และต่างหูทอง
  2. ของเซ่นไหว้บ้านเจ้าสาว ควรเตรียมไว้ 2 ชุด สำหรับไว้เจ้าที่เจ้าทางและสำหรับไหว้บรรพบุรุษ โดยส่วนมากของเซ่นไหว้จะต้องประกอบไปด้วย ของคาว อาหาร 10 อย่าง ขนมหวาน ผลไม้ เหล้า ธูปเทียน และดอกไม้
  3. เถ้าแก่นำขบวนขันหมาก ควรเรียนเชิญผู้ใหญ่ที่น่านับถือ และมีชีวิตครอบครัวที่ราบรื่นมีแต่ความสุข เพื่อความเป็นสิริมงคล

สิ่งที่เจ้าสาวต้องเตรียม

ตามธรรมเนียมจีนแล้ว ฝ่ายเจ้าสาวที่จะต้องไปอยู่บ้านเจ้าบ่าว จะต้องเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ติดตัวไปด้วย รวมทั้งสิ่งของที่ต้องใช้ในงานพิธี ซึ่งมีดังนี้

7 ลำดับ พิธีแต่งงานแบบจีน พิธียกน้ำชา พิธีหมั้น คู่บ่าวเชื้อสายจีนควรรู้
  1. เอี๊ยมแต่งงาน เป็นเอี๊ยมผ้าแพรสีแดง มีกระเป๋าเล็กๆ ตรงอกเสื้อ ปักคำว่า “แป๊ะนี้ไห่เล่า” ซึ่งแปลว่า อยู่กินกันจนแก่เฒ่า
  2. เชือกแดงผูกเอี๊ยม ติดตัวหนังสือสีแดงซังฮี้ และมีแผ่นหัวใจสีแดงสำหรับติดเครื่องประดับเพชรหรือทอง
  3. ห่อเมล็ดพืช 5 ชนิด พร้อมเสียบปิ่นทอง และต้นชุงเฉ้า 2 ต้น ใส่ไว้ในช่องกระเป๋าเอี๊ยมแต่งงาน ซึ่งเมล็ดพืชนี้ สื่อถึง ความเจริญงอกงามและมีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
  4. พัดสีแดง ไว้สำหรับให้เจ้าสือตอนส่งตัว
  5. กล้วย 1 เครือ ใช้กล้วยดิบสีเขียวเครือใหญ่ ในหนึ่งเครือต้องมีจำนวนหวีเป็นเลขคู่เพื่อความมงคล ก้านเครือพันด้วยกระดาษสีแดง ส่วนผลกล้วยให้ติดตัวหนังสือสีแดงซังฮี้ไว้เช่นกัน หลังเสร็จงานพิธีแล้วยกให้ฝ่ายเจ้าบ่าวนำกลับบ้าน
  6. ส้มเช้งเขียว ตามจำนวนที่เป็นเลขคู่ ติดตัวอักษรสีแดงซังฮี้ทุกลูก หลังเสร็จสิ้นพิธีให้เจ้าบ่าวนำกลับบ้านเช่นกัน
  7. ชุดหมูสด โดยฝ่ายเจ้าสาวเตรียมแค่ถาดเดียว ภายในถาดประกอบไปด้วย หัวใจทั้งยวงที่มีทั้งปอดและตับติดไปด้วย หลังเสร็จพิธีแต่งงาน ฝ่ายเจ้าสาวจะแบ่งหัวใจหมูครึ่งหนึ่งให้กับเจ้าบ่าว เพื่อนำกลับไปทำอาหาร เพื่อสื่อถึงคู่บ่าวสาวมีหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกัน
  8. ของใช้ส่วนตัว ที่ต้องนำติดตัวไป ได้แก่ ถังน้ำสีแดง 2 ใบ กะลามังสีแดง 2 ใบ กระป๋องน้ำสีแดง 2 ใบ กระโถน ถาดสีแดง กรรไกร ด้าย เข็ม และกระจก อย่างละ 1 ชิ้น
  9. ชุดเครื่องนอน ถ้าเป็นสีแดงยิ่งดี ต้องเตรียมไปทั้ง ผ้าปูที่นอน หมอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม และหมอนข้าง อย่างละ 1 ชุด
  10. หวี 4 เล่ม ซึ่งคนจีนเชื่อว่าจะได้มีทรัพย์สินมากมายมหาศาล
  11. กาและถ้วยน้ำชา สำหรับทำพิธียกน้ำชา
  12. คนรับพานขันหมาก 2 คน
  13. คนกั้นประตูเงิน – ประตูทอง จำนวนเป็นคู่
  14. คนแจกของชำร่วย
  15. คนถือตะเกียงนำขบวนรถส่งตัวเจ้าสาว ซึ่งต้องเป็นญาติผู้ชาย เพื่อเป็นเคล็ดให้เจ้าสาวมีบุตรชาย

ลำดับพิธีแต่งงานแบบจีน

1. ดูฤกษ์แต่งงาน

คนจีนก็เหมือนคนไทย ที่ก่อนจะทำการสิ่งใดต้องมีการดูฤกษ์ดูชัย สำหรับคนไทยนั้นจะมีฤกษ์มงคลสมรสออกมาทุกปี หรือบางครอบครัวอาจจะเอาวัน เดือน ปี เกิด ของคู่บ่าวสาวไปให้พระกำหนดฤกษ์ให้ คนจีนก็มีเหมือนกันกัน แต่คนจีนจะไม่ได้ไปหาพระนะคะ ปาป๊าและมาม้าของคู่บ่าวสาวจะนำวัน เดือน ปี เกิด ไปให้ซินแสตรวจ เพื่อหาฤกษ์สำหรับวันจัดพิธีแต่งงานหรือวันรับตัวเจ้าสาวค่ะ

2. พิธีหมั้น และยกขบวนขันหมาก

ในวันหมั้น ทางฝ่ายเจ้าบ่าวจะจัดขบวนยกขันหมากและสินสอดทองหมั้นมาที่บ้านเจ้าสาว ตรงขั้นตอนนี้จะเหมือนพิธีแบบไทยเลยค่ะ เจ้าบ่าวจะต้องผ่านด่านประตูเงิน – ประตูทองให้ได้ เพื่อไปหาเจ้าสาว หลังจากที่เจ้าบ่าวเจอเจ้าสาวแล้ว จะเข้าสู่ลำดับพิธีการถัดไป พ่อ-แม่ทางฝั่งเจ้าสาวจะเช็คสินสอดทองหมั้น เมื่อเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายเจ้าบ่าวจะสวมแหวนหมั้นให้กับเจ้าสาว ญาติผู้ใหญ่ต่างแสดงความยินดีและอวยพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ปิดท้ายด้วยการกินเลี้ยงเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีหมั้น

แต่ก่อนกลับนั้น ฝ่ายเจ้าสาวจะเก็บเครื่องขันหมากไว้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะคืนให้กับเจ้าบ่าว รวมทั้งจะนำสิ่งที่ทางเจ้าสาวเตรียมไว้มอบให้กับเจ้าบ่าว นั่นก็คือ เอี๊ยมแต่งงาน ห่อเมล็ดพืชพร้อมเสียบปิ่นทอง กล้วย ส้มเช้ง และหัวใจหมู

3. พิธีร่ำลาครอบครัวของฝ่ายเจ้าสาว

เช้าวันแต่งงานและส่งตัวเจ้าสาว เจ้าสาวจะแต่งตัวสวยที่สุดในชุดกี่เพ้าสีแดง ปักปิ่นเงิน ปิ่นทองและใบทับทิมที่แม่เจ้าสาวมอบให้ ห้ามใส่สีชมพูเด็ดขาด เพราะคนจีนมองว่าการที่เจ้าสาวใส่ชุดกี่เพ้าสีชมพู แสดงว่าเจ้าสาวแต่งงานเป็นครั้งที่สอง หรือไปเป็นเมียน้อยเจ้าบ่าวนั่นเอง

หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าสาวจะมาไหว้ฟ้าดิน ไหว้บรรพบุรุษและทานอาหารร่วมกับครอบครัว โดยพ่อหรือแม่จะคีบอาหารมงคลให้เจ้าสาว เพื่อเป็นการอวยพรให้กับลูกเป็นครั้งสุดท้าย อาหารมงคลประกอบไปด้วย

  • เส้นหมี่ อวยพรให้ลูกและคนรักมีอายุยืนยาวและรักกันยาวนานเป็นหมื่นๆ ปี
  • ปลา ขอให้ลูกและคนรักมีกินมีใช้เหลือเฟือ
  • ไก่ ขอให้ลูกและคนรักมีความกล้าหาญและเที่ยงตรง
  • ตับหมู ขอให้ลูกและคนรักมีแต่ความเจริญก้าวหน้า
  • หัวใจหมู ขอให้หัวใจของลูกและคนรักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  • ไส้หมูและกระเพราะหมู ถ้าเจอการเปลี่ยนแปลง ก็ขอให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี
  • ปู ขอให้ทั้งคู่มีแต่ความขยัน คล่องแคล่วว่องไว
  • เห็ดหอม ขอให้ชีวิตคู่หอมหวานเหมือนดั่งเห็ดหอม
  • ผักกุ้ยช่าย ขอให้ทั้งคู่ครองคู่กันยาวนานตราบชั่วนิจนิรันดร์
  • ผักเกาฮะไช่ ขอให้ลูกและคนรักเป็นคู่รักที่รักกันมาก

4. พิธีส่งตัวเจ้าสาว

เมื่อได้ฤกษ์ ทางเจ้าบ่าวจะเดินทางมาที่บ้านเจ้าสาว เพื่อรับตัวเจ้าสาว ในระหว่างที่เจ้าสาวรอเจ้าบ่าวมารับอยู่นั้น จะนั่งถือพัดแดงรอเจ้าบ่าวในห้องและให้ญาติๆ เจ้าสาวเป็นผู้ต้อนรับเจ้าบ่าว เมื่อเจ้าบ่าวเข้ามาถึงบ้านเจ้าสาวแล้ว จะต้องไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ และไหว้บรรพบุรุษของเจ้าสาว เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าตนเองและเจ้าสาวเป็นครอบครัวเดียวกัน 

จากนั้นเจ้าบ่าวจะเข้าไปรับตัวเจ้าสาว มอบช่อดอกไม้ให้ และนั่งรับประทานขนมอี๊สีชมพูด้วยกัน เมื่อทานขนมเสร็จ ทั้งสองจะกราบลาพ่อแม่ของเจ้าสาว เพื่อเดินทางกลับบ้านของเจ้าบ่าว ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ เจ้าสาวจะต้องนำสิ่งของที่เตรียมไว้นำไปด้วย

คุณพ่อของเจ้าสาวจะพาเจ้าสาวขึ้นรถพร้อมอวยพร ส่วนญาติทางฝั่งเจ้าสาวที่เป็นคนถือตะเกียง สามารถนั่งรถไปคนเดียวกับเจ้าสาวหรือแยกไปคนละคันก็ได้ เมื่อถึงบ้านเจ้าบ่าวแล้ว ญาติผู้นี้จะนำตะเกียงไปวางไว้ห้องนอนของคู่บ่าวสาว พร้อมจุดทิ้งไว้ทั้งคืน

เมื่อคู่บ่าวสาวเข้ามาในบ้านเรียบร้อยแล้ว คู่บ่าวสาวจะคำนับฟ้าดินหนึ่งครั้ง คำนับบรรพบุรุษหนึ่งครั้ง และคำนับกันเองหนึ่งครั้ง เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าทั้งสองแต่งงานกันแล้ว ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน

5. พิธีปูเตียงเรียงหมอนแบบจีน

พิธีปูเตียงเรียงหมอนแบบจีนนั้น คล้ายๆกับพิธีปูเตียงเรียงหมอนแบบของไทยเลย ต้องให้คู่สามี-ภรรยาที่มีคุณธรรม มีลูกหลานอยู่ครบ เป็นคนทำพิธีให้เหมือนกัน ลำดับพิธีการจะคล้ายๆ กัน แต่จะต่างตรงที่สิ่งของใช้ในพิธี ประกอบไปด้วย 

  • ผ้าปูที่นอนสีแดง 
  • หมอนหนุน 2 ใบพร้อมปลอกหมอนสีแดง 
  • ส้ม 4 ผล 
  • โหง่วเจ๋งจี้ ถุงใส่เมล็ดพันธ์ุ 5 ชนิด พร้อมวางยอดทับทิมไว้ด้านบน
  • แผ่นกระดาษอักษรมงคล ไว้สำหรับติดหน้าบ้าน หน้าห้องหอ และหัวเตียง
  • ตัวอักษรซังฮี้สีแดงตัวใหญ่ สำหรับติดไว้ตรงหัวเตียงและกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง

เมื่อทำพิธีปูเตียงเสร็จเรียบร้อย จะนำส้ม 4 ผลไปวางไว้ตรงมุมเตียง 4 ด้าน และอีก 4 ผลที่เหลือ วางไว้ในจานที่มีตัวอักษรซังฮี้สีแดงติดอยู่ จากนั้นนำไปวางไว้กลางเตียงพร้อมกับโหงวเจ๋งจี๊

แต่กระดาษซังฮี้ที่ติดไว้ตรงหัวเตียงและกระจกโต๊ะเครื่องแป้งอย่างเพิ่งเอาออก ให้เจ้าสาวเป็นคนแกะออกเมื่อกินเลี้ยงตอนค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้วกลับเข้ามาในห้องหออีกครั้ง สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะถือเคล็ดว่า ถ้าในห้องหอมีกระจกเงาให้นำตัวอักษรสีแดงมาปิดไว้กันการสะท้อนเงาของหญิงอื่น เจ้าบ่าวจะต้องมีเจ้าสาวคนเดียวเท่านั้น

6. พิธียกน้ำชา

พิธียกน้ำชาหรือพิธีซังเต๊ ซึ่งตามพิธีแบบดั่งเดิม จะจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้น โดยพิธีนี้เป็นพิธีที่แสดงความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ญาติผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมพิธีจะต้องนั่งเรียงลำดับตามความอาวุโส โดยญาติฝ่ายชายจะอยู่ซ้ายมือและคนที่เป็นคู่สามี-ภรรยาจะต้องนั่งติดกันด้วยกัน

เมื่อได้ฤกษ์พิธี คู่บ่าวสาวจะนั่งคุกเข่ารินน้ำชาใส่ถ้วยวางบนถาด ใช้สองมือยกถาดขึ้นพร้อมกัน และส่งให้ผู้ใหญ่ดื่มจนหมดถ้วย จากนั้นญาติผู้ใหญ่จะอวยพรและให้ซองอั่งเปาเป็นของขวัญ ซึ่งทางคู่บ่าวสาวจะให้ของตอบแทนเป็นของรับไหว้ เมื่อเสร็จพิธียกน้ำชาแล้ว คู่บ่าวสาวจะนั่งทานขนมอี๊และบัวลอยด้วยกัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่หวานชื่น

7. เยี่ยมบ้านเจ้าสาว

พิธีแต่งงานแบบจีน พิธีสุดท้าย หลังเจ้าบ่าวสาวแต่งงานได้ 7 วัน หรือ 15 วัน จะต้องกลับมาเยี่ยมเยียนบ้านเจ้าสาว โดยครอบครัวเจ้าสาวจะต้องจัดเตรียมส้ม 12 ผล และให้ญาติผู้ชายของทางเจ้าสาวมารับคู่บ่าวสาวกลับไปเยี่ยมบ้าน เมื่อมาถึง ครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวจะเลี้ยงต้อนรับเจ้าบ่าว เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางครอบครัวฝ่ายเจ้าสาวจะให้บ่าวสาวนำส้ม 12 ผลนี้กลับไปด้วย ให้นำไปวางไว้บนหัวเตียง โดยส้มนี้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นคนรับประทานได้เท่านั้น คนอื่นห้ามมารับประทาน เพราะเชื่อว่าทั้งคู่จะได้มีลูกหลานมากมายเหมือนจำนวนผลส้ม ถึงพิธีนี้ก็เป็นพิธีสุดท้ายของพิธีแต่งงานแบบจีน

จบกันไปแล้วกับ พิธีแต่งงานแบบจีน ครบทั้งพิธีหมั้น พิธียกน้ำชา พิธีปูเตียงเรียงหมอน จะเห็นได้ว่าพิธีแต่งงานแบบจีนนั้นใช้หลายวันกันเลยทีเดียวกว่าจะเสร็จสิ้นพิธีแต่งงาน ดังนั้นคนไทยเชื่อสายจีนในสมัยนี้จึงลดพิธีลงเหลือแค่วันเดียวและทำแค่พิธียกน้ำชาค่ะ แต่สำหรับว่าที่คู่บ่าวสาวเชื่อสายจีนที่อยากจัดพิธีแต่งงานแบบจีนโบราณ จัดเต็มทุกพิธี ก็สามารถจัดได้นะคะ โดยยึดลำดับพิธีการตามคอนเท้นท์นี้ได้เลยนะคะ

คลิกอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่  VenueE blog และอย่าลืมติดตาม เพจเฟสบุ๊ค VenueE หรือ ไอจี VenueE  กันนะคะ

Tags