เช็คลิสต์ พิธีแต่งงานแบบคริสต์ คาทอลิก โปเตสแตนต์ ครบทุกขั้นตอน

เช็คลิสต์ พิธีแต่งงานแบบคริสต์ คาทอลิก โปเตสแตนต์ ครบทุกขั้นตอน

Update: Jun 11, 2021

“พิธีแต่งงานแบบคริสต์” ไม่ว่าบ่าวสาวจะนับถือศาสนาคริสต์นิกายใด ต่างก็ต้องเข้าพิธีแต่งงาน เพื่อรับศีลสมรส ซึ่งการแต่งงานของนิกายศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกและนิกายโปเตสแตนต์ แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย นั่นก็คือนิกายคาทอลิกจะต้องทำพิธีแต่งงานในโบสถ์เท่านั้น โดยมีบาทหลวงเป็นผู้ทำพิธีให้ แต่นิกายโปเตสแตนต์นั้นไม่จำเป็นต้องทำพิธีในโบสถ์ สามารถทำพิธีที่ไหนก็ได้ ส่วนผู้ประกอบพิธีจะเป็นศิษยาภิบาลค่ะ

เช็คลิสต์ พิธีแต่งงานแบบคริสต์ คาทอลิก โปเตสแตนต์ ครบทุกขั้นตอน

แล้วถามว่า ถ้าคู่บ่าวสาวที่ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์สามารถประกอบพิธีแต่งงานแบบคริสต์ได้มั้ย คำตอบคือได้ค่ะ ในวันนี้แอดมินจึงรวมเช็คลิสต์ พิธีแต่งงานแบบคริสต์ ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนเข้าพิธีแต่งงาน ลำดับพิธีแต่งงานในวันทำพิธี ค่าใช้จ่าย และสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ค่ะ

พิธีแต่งงานแบบคริสต์

ขั้นตอนก่อนเข้าพิธีแต่งงานแบบคริสต์

ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะเข้าพิธีมงคลสมรสได้เลย จะต้องมีลำดับขั้นตอนที่ต้องทำก่อนเข้าพิธีแต่งงาน มิเช่นนั้นจะถือว่าไม่มีสิทธิในการแต่งงานแบบคริสต์นะคะ

1. เลือกโบสถ์และติดต่อด้วยตนเอง

เช็คลิสต์ พิธีแต่งงานแบบคริสต์ คาทอลิก โปเตสแตนต์ ครบทุกขั้นตอน

ถามว่าทำไมบ่าวสาวจะต้องเป็นคนติดต่อกับทางโบสถ์ด้วยตัวเอง ก็เพราะว่าคู่บ่าวสาวจะต้องทราบเกี่ยวกับรายละเอียด เงื่อนไขต่างๆ ในการจัดพิธีแต่งงานกับทางบาทหลวงโดยตรง หากไม่มีข้อสะดุดหรือข้อขัดขวางใดๆ ทางโบสถ์จึงจะรับการลงจองเวลาให้ ซึ่งบ่าวสาวควรรีบติดต่อและดำเนินการจองก่อนกำหนดการทำพิธีแต่งงานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนค่ะ เพื่อเป็นการเผื่อเวลาในการเตรียมการขั้นตอนอื่นๆ 

ช่วงเวลาที่ทางโบสถ์ไม่อาจทำพิธีแต่งงานให้ได้

ใช่ว่าคู่บ่าวสาวจะจองเวลาใดก็ได้ในการทำพิธีแต่งงาน เนื่องจากทางโบสถ์เป็นสถานที่ประกอบทางศาสนา ดังนั้นจึงต้องมีช่วงเวลาที่ทางโบสถ์ไม่อาจทำพิธีแต่งงานให้ได้ ซึ่งจะมีวันดังต่อนี้

  • วันอาทิตย์ของเทศกาลมหาพรต ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนเมษายน
  • วันอาทิตย์ของเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า(เทศกาลคริสต์มาส) เดือนธันวาคม
  • และโอกาสอื่น ๆ ซึ่งเป็นงานของทางโบสถ์

2. เข้ารับการอบรมคู่แต่งงาน

หลังจากที่ติดต่อ จองเวลากับทางโบสถ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางโบสถ์จะให้คู่บ่าวสาวไปเข้าอบรมคู่แต่งงาน ซึ่งการอบรมคู่แต่งงานนั้นจะเกี่ยวกับการแต่งงาน หลักความเชื่อ ข้อคิด คำสอนของศาสนาคริสต์ การดำเนินชีวิตแต่งงานทั้งก่อนและหลังการแต่งงาน รวมไปถึงบทบาทความเป็นสามีภรรยา ความเป็นพ่อแม่ และการดูแลบุตร โดยคู่บ่าวสาวจะต้องเข้าอบรมที่โบสถ์ไหนก็ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง เมื่อผ่านการอบรมทั้งสองครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าที่บ่าวสาวจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองเป็นหลักฐานเพื่อขอประกอบพิธีแต่งงาน 

3. พิจารณาเอกสาร หลักฐานต่างๆ และสัมภาษณ์กับบาทหลวง

ในขั้นตอนการสัมภาษณ์ บาทหลวงจะเตรียมแบบสอบถามให้คู่บ่าวสาวทำ คนละ 1 ชุด และในระหว่างที่คู่บ่าวสาวกรอกข้อมูลอยู่นั้น บาทหลวงจะสัมภาษณ์เป็นคำถามทั่วๆ ไป เช่น เคยแต่งงานมาก่อนหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าการแต่งงานในครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏของพระศาสนจักร เป็นต้น

เอกสารที่ต้องเตรียมมาในวันสัมภาษณ์

สำหรับบ่าวสาวที่เป็นคริสตชน
  1. ใบศีลล้างบาปที่ออกให้มาไม่เกิน 6 เดือน สามารถขอได้จากโบสถ์ที่เข้ารับศีลล้างบาป พร้อมระบุเพื่อการแต่งงาน
  2. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามีการเปลี่ยน)
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาประกาศนียบัตรอบรมคู่แต่งงาน
  6. สำเนามรณบัตรของคู่ครองเดม (ถ้าเคยแต่งงานมาก่อน)
  7. รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป
สำหรับบ่าวสาวที่ไม่ใช่คริสตชน
  1. ใบรับรองสถานะของของฝ่ายที่ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ สามารถขอแบบฟอร์มได้ที่สำนักงานโบสถ์
  2. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามีการเปลี่ยน)
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาบัตรประชาชนของผู้รองรับ
  6. สำเนาทะเบียนของผู้รองรับ
  7. สำเนาประกาศนียบัตรอบรมคู่แต่งงาน
  8. สำเนามรณบัตรของคู่ครองเดิม (ถ้าเคยแต่งงานมาก่อน)
  9. รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป

4. การเตรียมลำดับพิธีการ

ในส่วนนี้ ปกติแล้วทางโบสถ์จะจัดเตรียมให้ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ตกแต่ง เด็กช่วยประกอบพิธีมิซซา และนักขับร้องประสานเสียง 

5. ประกาศข่าวแต่งงานในโบสถ์

ขั้นตอนนี้ คู่บ่าวสาวไม่ต้องไปป่าวประกาศเอง แต่ทางโบสถ์จะประกาศข่าวการแต่งงานของคู่บ่าวสาวให้ โดยจะประกาศข่าวดีนี้ในช่วงท้ายของพิธีมิสซาและจะจัดพิมพ์ข่าวลงในคอลัมน์ประกาศแต่งงานบนสารวัด ในแต่ละสัปดาห์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อเป็นการเผยแพร่ข่าวดีให้สังคมคริสตชนรับรู้ และเผื่อว่าหากใครมีข้อขัดแย้งในการแต่งงานครั้งนี้จะได้สามารถแจ้งให้บาทหลวงรับทราบ

6. ซ้อมพิธีแต่งงาน

ก่อนวันแต่งงานจริง สักประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะต้องมีการซ้อมพิธีแต่งงานก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ทำความเข้าใจในลำดับพิธี รันคิวเสมือนเป็นวันจริง 

บุคคลสำคัญในพิธีแต่งงาน

  1. คู่บ่าวสาว
  2. พ่อแม่เจ้าบ่าวและพ่อแม่เจ้าสาว
  3. เพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว กำหนดให้เพื่อนทั้งสองฝ่ายมีจำนวนที่เท่ากัน
  4. บาทหลวงผู้ทำพิธี
  5. เด็กถือแหวน จะให้เด็กชายที่อายุ ไม่เกิน 13 ปี ถือพานแหวนแต่งงาน
  6. เด็กถือดอกไม้ มักจะให้เด็กผู้หญิง อายุ 3-7 ขวบ โปรยดอกไม้ หรือถือช่อดอกไม้ นำหน้าขบวนเจ้าสาวก่อนทำพิธี
  7. ผู้จุดเทียน หญิง 1 คน ชาย 1 คน ไม่จำกัดอายุ คอยจุดเทียนที่แท่นบูชา
  8. เด็กช่วยประกอบพิธีมิสซา จำนวน 2 คน

ค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งงานในโบสถ์

  1. ค่าตกแต่งดอกไม้ที่โบสถ์ ประมาณ 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดดอกไม้และรูปแบบการตกแต่ง
  2. ค่าบำรุงวัด ขึ้นอยู่กับกำลังศรัทธาของคู่บ่าวสาว
  3. ค่าทำบุญกับบาทหลวง ขึ้นอยู่กับกำลังศรัทธาของคู่บ่าวสาว
  4. ค่าตอบแทนคณะนักขับร้องประสานเสียง
  5. ค่าไฟ-ค่าแอร์

ลำดับพิธีแต่งงานในวันทำพิธี

1. จุดเทียน

เมื่อญาติผู้ใหญ่มากันครบแล้ว คนที่ทำหน้าที่จุดเทียนทั้งสองคนจะจุดเทียนที่แท่นบูชาเพื่อเริ่มพิธีแต่งงาน หลังจากจุดเทียนเสร็จ ทั้งสองก็จะเดินออกจากแท่นพิธี

2. บรรเลงเพลง

จากนั้นวงดนตรีจะบรรเลงเพลงเพื่อต้อนรับเจ้าสาวเข้ามาในพิธี โดยส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดนตรีจำพวกเปียโน ไวโอลิน เครื่องดนตรีที่ไม่เสียงดังหนวกหูมาก

3. เคลื่อนขบวนเดินเข้าโบสถ์ทำพิธี

เช็คลิสต์ พิธีแต่งงานแบบคริสต์ คาทอลิก โปเตสแตนต์ ครบทุกขั้นตอน

ขบวนที่เคลื่อนเข้าโบสถ์ทำพิธี จะนำหน้าด้วยเพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าว ซึ่งคู่แรกจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่บ่าวสาวสนิทด้วยมากที่สุด คู่ถัดมาคือเด็กโปรยดอกไม้และเด็กถือแหวน ตามด้วยบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว 

เมื่อเคลื่อนเข้าสู่ภายในโบสถ์แล้ว เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว และเด็กๆ จะยืนอยู่ตามตำแหน่งของตัวเอง ฝ่ายเจ้าบ่าวจะยืนรอเจ้าสาวหน้าแท่นพิธี ส่วนเจ้าสาวจะเดินควงแขนมากับคุณพ่อเจ้าสาว หรือหากคุณพ่อเจ้าสาวเสียชีวิตแล้ว ก็อาจเชิญญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือได้เช่นกัน ส่วนญาติของทั้งสองฝั่งจะนั่งรอที่ที่นั่งของตนเองค่ะ

เช็คลิสต์ พิธีแต่งงานแบบคริสต์ คาทอลิก โปเตสแตนต์ ครบทุกขั้นตอน

เมื่อเจ้าสาวมาถึง เจ้าบ่าวจะกล่าวขอบคุณคุณพ่อเจ้าสาว และรับเจ้าสาวมาด้วยมือซ้าย หลังจากนั้นทุกคนจะยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติพิธีที่จะเริ่ม

4. อ่านคัมภีร์คู่ชีวิต

บาทหลวงจะนำสวดภาวนา ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า จากนั้นจะอ่านคัมภีร์คู่ชีวิต ซึ่งเป็นคัมภีร์เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่เพื่อให้คู่บ่าวสาวได้รับรู้ถึงหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อกันในฐานะสามีภรรยาเมื่อก้าวสู่การใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน

5. กล่าวคำปฏิญาณ

เข้าสู่พิธีการศักดิ์สิทธิ์ ถ้าคู่บ่าวสาวนับถือศาสนาคริสต์ทั้งคู่ พิธีนี้จะเรียกว่ารับศีลสมรส แต่ถ้ามีใครคนหนึ่งนับถือศาสนาคริสต์เรียกว่าพิธีมงคลสมรส คู่บ่าวสาวจะกล่าวคำปฏิญาณตามบาทหลวง เพื่อเป็นการให้คำสัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์ ทั้งในยามสุขและยามเศร้า ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่

6. สวมแหวนแต่งงาน

บาทหลวงจะทำการเสกแหวนหรืออวยพรให้คู่บ่าวสาว ต่อจากนั้นบ่าวสาวจะแลกแหวน สวมแหวนให้แก่กัน โดยเจ้าบ่าวจะเป็นฝ่ายสวมแหวนให้เจ้าสาวก่อน

7. พิธีลงนาม

บาทหลวงจะประกาศว่าคู่บ่าวสาวเป็นสามี-ภรรยากันแล้ว พร้อมกับลงนามเพื่อเป็นหลักฐานว่าคู่บ่าวสาวได้มาแต่งงานกันที่โบสถ์แห่งนี้ 

8. รับศีลมหาสนิท

การรับศีลมหาสนิทเป็นพิธีสำหรับคนที่นับถือศาสนาคริสต์เท่านั้น โดยบ่าวสาวและญาติมิตรที่นับถือศาสนาคริสต์เข้ารีบศีลมหาสนิท ซึ่งเป็นแผ่นขนมปังและเหล้าองุ่น ส่วนคนอื่นๆ ที่นับถือศาสนาอื่นเพียงนั่งสำรวมอยู่กับที่ ไม่ต้องเดินออกมารับค่ะ

9. จุดเทียนครอบครัว

พิธีการสุดท้ายของพิธuแต่งงานแบบคริสต์ คู่บ่าวสาวจะต้องจุดเทียนพร้อมกัน โดยที่เทียนเล่มซ้าย เจ้าบ่าวจะเป็นคนจุด ส่วนเจ้าสาวจะจุดเทียนเล่มขวา จากนั้นก็มาจุดเทียนเล่มตรงกลางพร้อมกัน

10. เดินขบวนออกจากโบสถ์ และโยนช่อดอกไม้

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการแล้ว บ่าวสาว เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว เด็กถือดอกไม้ เด็กถือแหวน จะตั้งขบวนเดินออกจากโบสถ์ ซึ่งในระหว่างที่เดินออกมานั้น แขกเหรื่อในงานจะโปรยดอกไม้ตลอดทางเดิน และเมื่ออยู่หน้าโบสถ์แล้ว จะถึงช่วงเวลาที่สาวๆ ตั้งตารอ นั่นก็คือ เจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้ให้ ถ้าสาวๆ คนไหนรับช่อดอกไม้ได้ สาวๆ คนนั้นจะได้เป็นเจ้าสาวคนถัดไปค่ะ

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในพิธีแต่งงานแบบคริสต์

สิ่งที่ควรทำ

  1. ต้องตรงต่อเวลา 
  2. ต้องมีใครสักคนที่คอยประสานงานการจัดพิธีแต่งงานในโบสถ์ตลอดทั้งปี
  3. แต่งกายด้วยชุดสุภาพ สาวๆ อย่าสั้นเกิน หรือโป๊เกิน
  4. สำรวมกิริยาวาจาตลอดในพิธี
  5. รักษาความสะอาด
  6. ให้เกียรติสถานที่

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  1. ไม่ใช้บทเพลงอื่นนอกเหนือจากบทเพลงในพิธีกรรมที่ผ่านการตรวจสอบจากทางโบสถ์แล้วเท่านั้น
  2. ไม่มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์ในเขตบริเวณโบสถ์
  3. ไม่ควรนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าโบสถ์ และห้ามเมาโวยวาย
  4. ไม่อนุญาตให้สื่อมาทำข่าว
  5. ไม่ควรมีช่างภาพถ่ายรูปพิธีงานแต่งเกิน 2 คน
  6. ไม่เข้าไปในเขตที่สงวนไว้เฉพาะบาทหลวง หรือเขตหวงห้ามภายในโบสถ์
  7. ไม่ร่วมพิธีกรรมที่สงวนไว้สำหรับคริสตชน

จะเห็นได้ว่า พิธีแต่งงานแบบคริสต์ นั้น มีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด มากกว่าพิธีแต่งงานแบบไทยๆ หรือพิธีแต่งงานแบบจีน เนื่องจากพิธีแต่งงานแบบคริสต์เกี่ยวข้องกับศาสนาโดยตรง ต้องใช้สถานที่ที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างโบสถ์ ทำให้ต้องมีข้อกำหนด ข้อปฏิบัติมากมายที่บ่าวสาวจะต้องทำค่ะ 

คลิกอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่  VenueE blog และอย่าลืมติดตาม เพจเฟสบุ๊ค VenueE หรือ ไอจี VenueE  กันนะคะ

Tags