ทำไมต้องใช้ Wedding planner

ทำไมต้องใช้ Wedding planner

Update: Nov 28, 2019

เชื่อว่าหลายคนก็ต้องเคยคิดขึ้นมาสักแว๊บในหัว ที่ว่า จัดงานแต่งงาน ของตัวเอง แต่ทำไม…? ถึงต้องจ้าง Wedding planner มาเป็นคู่คิด แต่เอาเข้าจริงบ่าวสาวที่กำลังจะแต่งงานกันจะรู้ดีว่า พิธีการมันยุ่งยาก และซับซ้อน เราไม่มีเวลามากพอหรอกนะ ที่จะต้องมานั่งค้นหาข้อมูล และเตรียมงานต่างๆ เพราะเวลาส่วนใหญ่ก็ต้องใช้ในการทำงาน รวมถึงเรื่องจิปาถะในชีวิตประจำวันไปซะอีก เดี๋ยวบล็อกนี้ VenueE จะขอพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับ 4 ข้อดีของการใช้ Wedding planner นี้กัน

1. ช่วยวางแผน

แน่นอนแหละ เมื่อคู่รักตกลงปลงใจที่จะอยู่กินกันฉันสามีภรรยา ทั้งคู่ก็บ่อมมีความคิดถึงการจัดงานแต่งงาน เพื่อเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิง และบอกให้เหล่าพี่น้องเพื่อนๆ ได้ทราบ ว่าเราแต่งงานแล้ว Wedding planner จึงเกิดขึ้น…เกิดขึ้นเพื่อช่วยเราวางแผน เดินงานไปตามสเต็ป ไล่ตั้งแต่ ช่วยดูฤกษ์วัน ค้นหาสถานที่ และวางรูปแบบของงานให้ เป็นต้น

2. ทำตามงบประมาณ

รู้กันดีว่าการจัดงานแต่งงานเนี่ย นับเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูง และมีรายละเอียดที่ต้องจ่ายยิบย่อยเยอะมาก ไหนจะเรื่องสถานที่จัดงาน เช่าชุด ออกแบบการ์ดเชิญ และ ของชำรวย ทุกอย่างล้วนต้องเสียเงินกันทั้งนั้น แต่มันจะง่ายกว่ามั้ย…? ถ้าเราได้พวกเขาเข้ามาช่วยกำหนดงบประมาณในการใช้จ่ายงานส่วนต่างๆ โดยอาจจะแบ่งเป็น ค่าอาหาร 60% ตกแต่ง 20% เครื่องแต่งกาย 15% และอื่นๆ อีก 5% อะไรแบบนี้

3. มีความรู้ด้านงานแต่งงานโดยเฉพาะ

พวกเค้ามีความรู้ในการจัดงานแต่งงานแบบเฉพาะทาง มีความเข้าใจในความรู้สึกของบ่าวสาวว่าต้องการอะไร? ถ้าต้องการจัดงานแต่งงานในสไตล์ที่เป็นทางการดูหรูหราแบบแรร์ไอเทม พวกเขาก็อาจจะลิสต์สถานที่มาให้เลือก เช่น 5 สถานที่จัดงานแต่งงานในฝันที่สาวๆ หมายปอง

4. ควบคุมงานภายใต้ความต้องการของบ่าวสาวทุกอย่าง

ด้วยความที่เป็นผู้ชำนาญด้านการจัดงานแต่งงาน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันจึงต้องมีความสมูท พูดได้เต็มปากว่าบ่าวสาวแทบไม่ต้องเป็นกังวลอะไร เพราะงานทุกอย่างจะถูกดูแลภายใต้ฝีมือของพวกเค้า แต่ความต้องการก็ยังอยู่ที่เราเหมือนเดิม สามารถพูดคุยบอกรายละเอียดต่างๆ ว่าอันไหนเราชอบ อันไหนไม่ชอบ ช่วยแม้กระทั่งแก้ปัญหาหน้างาน ที่ไม่จำเป็นต้องให้เหนื่อยถึงคู่รักในวันงานจริงเลย

ทีนี้ก็รู้กันแล้วใช่มั้ยว่าเวดดิ้งแพลนเนอร์มีดีแค่ไหน เราไม่จำเป็นต้องเหนื่อยหนักในช่วง 6 เดือน 3 เดือน หรือ 1 เดือน ก่อนถึงวันแต่งงานจริง ถ้าเราได้ตัวช่วยดีๆ แบบนี้มาช่วยวางแผนงานแต่งงานของเรา โบราณว่าไว้ “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” บางครั้งเสียเงินในจำนวนที่พอเหมาะตั้งแต่เริ่มต้น ดีกว่าไปเสียยิบย่อยเล็กๆ น้อยๆ ในระหว่างทางที่เราเดินดีกว่านะจ๊ะ

สุดท้ายนี้ก็ฝากเข้าไปติดตามบล็อกใหม่ๆ ที่ VenueE Blog กันด้วย

Tags