เคล็ดลับ จัดงานแต่งริมทะเล ให้งานออกมาเพอร์เฟค เหมือนดั่งฝัน

เคล็ดลับ จัดงานแต่งริมทะเล ให้งานออกมาเพอร์เฟค เหมือนดั่งฝัน

Update: Feb 17, 2021

เชื่อว่าการ “จัดงานแต่งริมทะเล” เป็นความฝันของสาว ๆ หลายคน ลองจินตนาการว่าตัวเองใส่ชุดสวย ๆ เดินควงเจ้าบ่าวบนหาดทรายขาว ๆ ทำพิธีมงคลสมรสโดยมีฉากหลังเป็นท้องทะเลสีฟ้าคราม ฟังเสียงคลื่นกระทบหาดทราย มันช่างโรแมนติกมาก ๆ เลย 

แต่รู้มั้ยคะ ว่าการจัดงานแต่งริมทะเล เป็นอะไรที่ยากมาก ๆ เพราะเราจัดงานท่ามกลางธรรมชาติ แล้วธรรมชาติเป็นอะไรที่ควบคุมได้ยากมาก ๆ ไหนจะเรื่องฝน พายุ ลม แล้วคนอื่น ๆ ที่มาเที่ยวทะเลอีก ดังนั้น VenueE จึงรวบรวมเคล็ดลับการจัดงานแต่งริมทะเล ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ให้งานออกมาเพอร์เฟค ราบรื่นมากที่สุด ให้เหมือนดั่งที่คุณวาดฝันไว้

1. เช็คสภาพอากาศให้ดี

การเช็คสภาพอากาศถือได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก คู่บ่าวสาวจะต้องเช็คให้ละเอียด สำรวจสภาพอากาศช่วงที่คุณจะแต่งงานให้ดี ว่างช่วงนั้นมีพายุเข้ามั้ย กระแสลมเป็นอย่างไร อากาศร้อนเกินไปหรือเปล่า มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าเกิดเหตุการณ์ พายุเข้าฝนฟ้าคึกคะนอง พาลทำให้พิธีล่ม

2. ช่วงเดือนและช่วงเวลาที่นิยมจัดงานแต่งริมทะเล

เดือนที่เหมาะกับการแต่งงานริมทะเลมากที่สุด จะเป็นช่วงต้นเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ เพราะอากาศดี ไม่ร้อน ไม่มีฝนและลมไม่แรงมาก ส่วนช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการจัดพิธีตอนเช้า คือช่วงเวลา 7.00 – 9.00 น. สำหรับช่วงเย็นคือ 15.00 – 17.00 น. แต่ช่วงเวลาที่เรียกได้ว่าโรแมนติกมากที่สุด คือช่วงเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า 1 ชั่วโมง เพราะจะได้ภาพฉากหลังเป็นแสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเย็น

3. เลือกสถานที่แต่งงาน

เคล็ดลับ จัดงานแต่งริมทะเล ให้งานออกมาเพอร์เฟค เหมือนดั่งฝัน

เมื่อคุณเลือกวันได้แล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการเลือกสถานที่แต่งงาน โดยคุณจะต้องเลือกหาดที่คนไม่พลุกพล่านนัก ถ้าให้ดีต้องเลือกหาดที่เงียบสงบหรือเป็นหาดส่วนตัวไปเลย ไม่อย่างนั้น งานแต่งของคุณไม่ราบรื่นแน่ ไหนจะพ่อค้าแม่ค้าขายของตามริมหาด นักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ เล่นน้ำ หรือแฝงตัวเข้ามาในงานให้คุณได้ปวดหัวอีก

ซึ่งในการหาหาดส่วนตัวไม่ได้หายากอย่างที่คิด เพราะโดยทั่วไปโรงแรมและรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ริมทะเลอยู่แล้วก็มักจะมีพื้นที่ชายหาดหน้าโรงแรมเป็นส่วนตัว รวมถึงยังรับจัดงานแต่งงานริมทะเลให้คุณแบบครบวงจรได้อีกด้วย

แต่สำหรับใครบางคนเลือกที่จะจัดงานแต่งบนหาดสาธารณะ ให้ลองศึกษาข้อกำหนดการใช้พื้นที่สาธารณะจากทางการในท้องถิ่นเหล่านั้นดูให้ละเอียด ว่าคุณสามารถจัดงานแต่งริมทะเลที่ชายหาดนั้น ๆ ได้หรือไม่ ซึ่งคุณอาจจะต้องทำการขออนุญาตในการนำเครื่องเสียงมาติด และขอใช้เสียง

4. เลือกธีมและตกแต่งสถานที่

การจัดงานแต่งริมทะเล ไม่ค่อยมีธีมอะไรมากนัก ด้วยบรรยากาศหาดทรายสีขาว กับท้องฟ้า ท้องทะเลสีฟ้าคราม ธีมที่นิยมจัดจะเป็นธีมฟ้าขาวค่ะ

เคล็ดลับ จัดงานแต่งริมทะเล ให้งานออกมาเพอร์เฟค เหมือนดั่งฝัน

ซึ่งในการตกแต่งสถานที่ในงานนั้น ควรเลือกของประดับที่ถูกออกแบบมาให้ไม่ปลิวไปกับลมทะเลได้ง่ายๆ ซุ้มงานแต่งก็ควรที่จะต้องปักลงในพื้นทรายให้แน่น หลังคาผ้าใบหรือตัวผ้าที่พาดผ่านไปมาที่ซุ้มก็ควรจะถูกมัดอย่างแน่นหนาและแข็งแรงค่ะ 

เคล็ดลับ จัดงานแต่งริมทะเล ให้งานออกมาเพอร์เฟค เหมือนดั่งฝัน

โดยปกติแล้ว จะไม่ค่อยตกแต่งสถานที่อะไรมากนัก เพราะแค่บรรยากาศ สถานที่ก็ดูโรแมนติกแล้ว อาจจะใช้ของประดับตกแต่งที่เกี่ยวข้องกับทะเล เช่น เปลือกหอย มาตกแต่งได้ พยายามอย่าให้เยอะเกิน เด่นเกินวิวสวย ๆ นะคะ

ในงานแต่งก็ย่อมมีดอกไม้ประดับ ก็ควรเลือกดอกไม้ที่กลีบแข็ง ไม่ปลิวไปกับสายลมได้ง่าย ๆ เช่น ดอกกล้วยไม้ ดอกเบญจมาศ เป็นต้น

เคล็ดลับ จัดงานแต่งริมทะเล ให้งานออกมาเพอร์เฟค เหมือนดั่งฝัน

คุณไม่อาจรู้เลยว่าวันนั้นฝนจะหลงฤดู หรือแดดจะแรงจัด ทางที่ดีคุณควรเตรียมเต้นท์ที่มุมหลังคา หรือแจ้งกับทางโรงแรมให้เตรียมพื้นที่ในร่มสำรองไว้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น

5. เลือกชุดแต่งงานให้เหมาะกับทะเล

ลืมชุดแต่งงานแบบอลังการ ชายกระโปรงยาวลากพื้น ปักด้วยเลื่อมและลูกไม้ไปได้เลย เพราะเวลาที่คุณเดินหรือกำลังทำพิธี ชุดของคุณจะกวาดเอาเศษทรายและหินกรวดติดมากับชุดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเศษทรายเหล่านี้อาจทำให้ชุดเสียหายได้ หรือลมทะเลอาจจะพัดพาให้ชุดคุณไปเกี่ยวเศษไม้หรือสิ่งของต่าง ๆ ทำให้ชุดเสียหายได้เช่นกัน

หรือถ้าเลือกชุดแต่งงานที่หนาและรัดรูปมากเกินไป ด้วยอากาศที่ร้อนระอุ แดดแรงอาจทำให้คุณเป็นลมได้ ดังนั้นคุณควรเลือกชุดแต่งงานที่เนื้อผ้าบางเบา เรียบง่าย ไม่ยาวจนเกินไป สวมใส่ได้สบายไม่อึดอัด

สำหรับเจ้าบ่าว ไม่ต้องใส่สูธทักซิโด้ ผูกเนคไท เต็มยศก็ได้ สามารถเลือกใส่ชุดที่สบาย ๆ ชิล ๆ ไม่เป็นทางการได้ 

6. เลือกรองเท้าที่ใช่ สวมใส่ได้สบาย

ลืมส้นสูงไปได้เลยค่ะ สำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบการใส่รองเท้าส้นสูง โดยเฉพาะส้นเข็ม ด้วยพื้นที่

ไม่เรียบ มีก้อนหิน ก้อนทราย หากไม่ระวังอาจจะสะดุดล้มข้อเท้าแพลงได้ ทางที่ดีควรจะเลือกรองเท้ารัดส้น ที่ใส่ได้สบาย ๆ หรือใส่รองเท้าแตะก็ได้ ถ้ากระโปรงชุดของคุณคุมเท้า แต่ถ้าคุณกังวลเรื่องความสูงให้คุณเลือกรองเท้าส้นสูงที่เป็นส้นตึกจะดีกว่านะคะ

7. เช็คเครื่องเสียง ไม่ให้เสียงทะเลกลบเสียงลำดับพิธี

เสียงคลื่นกระทบหาดกลบเสียงในพิธี ปัญหานี้เกิดขึ้นแน่ ๆ ค่ะ เป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงได้นัก ทางที่ดีคุณควรเช็คเครื่องเสียงให้ดีว่าดังพอที่จะกลบเสียงคลื่นได้หรือไม่ หรือจะมีเสียงซ่า คลื่นรบกวนดังออกจากลำโพงหรือไม่ คุณอาจจะต้องขอให้ทางโรงแรมช่วยทดสอบเครื่องเสียงบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

8. จ้างช่างถ่ายภาพที่ถนัดถ่ายริมทะเล

ถ้าคุณคิดจะจ้างช่างถ่ายภาพ ถ่ายรูปงานแต่งของคุณ คุณควรเลือกช่างภาพที่มีฝีมือ มีประสบการณ์ในการถ่ายรูปงานแต่งริมทะเล เพราะถ้าเกิดว่าคุณได้ช่างถ่ายภาพที่ไม่มีฝีมือ คุณอาจจะได้รูปที่ออกมาดูมืด ไม่ได้บรรยากาศงานแต่งงานริมทะเลที่แท้จริง เพราะช่างถ่ายภาพอาจจะไม่คุ้นเคยกับการจัดแสงที่เหมาะสม โดยเฉพาะกับแสงพระอาทิตย์ที่ย้อนกับฉากหลังงานพิธี 

9. การจัดอาหาร

ถ้าพูดถึงทะเล ก็หนีไม่พ้นอาหารซีฟู้ด เพื่อให้เข้ากับบรยากาศ คุณก็อาจจะจัดเสิร์ฟอาหารซีฟู้ด แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อน แดดแรง คุณควรจะต้องใส่ใจเลือกวัตถุดิบที่สด สะอาด และปรุงสดใหม่ พร้อมเสิร์ฟ เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารเน่าเสีย

ด้วยความที่จัดงานกลางแจ้ง มีลม แดดแรง ควรเลือกขนมหวานหรือเค้ก ที่ไม่ละลายได้ง่าย แต่ถ้าอยากจะเสิร์ฟไอศกรีม ไว้ดับร้อน ก็ควรเตรียมตู้แช่เย็นให้พร้อมค่ะ

จากที่แอดมินได้บอกเคล็ดลับทั้งหมดนี้ ว่าที่คู่บ่าวสาวสามารถนำไปปรับใช้กับการ จัดงานแต่งริมทะเล ของคุณให้ออกมาสมบูรณ์แบบ เหมือนดั่งที่คุณวาดฝันไว้

คลิกอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่  VenueE blog และอย่าลืมติดตาม เพจเฟสบุ๊ค VenueE หรือ ไอจี VenueE  กันนะคะ

Tags